ตีเส้น Trend Line แบบไหนถูก?

…ตอบได้เลยว่า… ไม่มีกฎตายตัวว่าแบบไหนถูกหรือผิด ! ทำความเข้าใจกันก่อนการตีเส้น Trend Line หรือเส้นแนวโน้ม มันไม่มีกฏตายตัว เพราะถ้าเราจะพูดคำว่า กฏ แปลว่าถ้าหลังจากเราทำตามแล้ว ผลที่ตามมาจะต้องการันตีได้ว่าจะต้องเกิดอะไรต่อไป เช่น ถ้ามีกฏในการลากเส้น Trend Line แปลว่า หลังจากลากเส้น Trend Line ได้แล้วจะต้องวิเคราะห์กราฟราคาได้แม่นยำ แต่ความจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยการตีเส้น Trend Line จึงมีแค่คำแนะนำในการตีเส้น ซึ่งอาจจะเพิ่มข้อมูลหรือไอเดียในการเทรดได้ แต่คนที่ไม่ได้ลากเส้น Trend Line ตามข้อแนะนำเป๊ะ ๆ ก็ไม่ได้ผิดอะไร การลากเส้น Trend Line ตามข้อแนะนำ มีประโยชน์ คือ อย่างน้อย ๆ ก็มีแนวทางเบื้องต้นว่าจะเริ่มลากเส้นอย่างไร และเชื่อว่าจะช่วยให้เรามีโอกาสตัดสินใจผิดพลาดน้อย… ดังนั้นต้องไม่หลงทาง เส้นที่ลากขึ้นมา ไม่ได้ช่วยให้ตัดสินเทรดแล้วถูกต้องทุกครั้ง เล่นหุ้นเทคนิค ไม่มีอะไรชัวร์!! ตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อน

เทรดเจ๊ง…เพราะไม่รู้จัก MM (Money Management)

วันนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจคำว่า Money Management แบบง่ายๆเลยนะครับ ความหมายทางการของมันคือ การบริหารจัดการเงินทุน นักเทรดเรียกสั้นๆว่า MM จัดว่าเป็นหัวใจหลักของระบบเทรดและเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเทรด และจัดว่าการบริหารเงินทุนนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการประสบความสำเร็จ   เทรดเดอร์หลายๆคนอาจจะเคยเป็น แบบได้กำไรติดต่อกันมาหลายๆออร์เดอร์โดยที่ไม่มีการขาดทุนสักออร์เดอร์เลย  แต่พอมาขาดทุนเพียงออร์เดียวก็ทำให้ล้างพอร์ต ต้นทุนและกำไรที่สะสมมาหลายๆออร์เดอร์ก็หายหมด เป็นเพราะอะไร? ผมคิดว่าสาเหตุหลักๆที่ทำให้เทรดเดอร์หลายๆคนล้างพอร์ตก็คือ ขาด Money Management  หลายๆคนอาจจะมีระบบเทรดที่ดีเยี่ยม จึงทำให้ได้กำไรติดต่อกันหลายๆออร์เดออร์ แต่ถ้า Money Management ไม่ดีล่ะก็…พลาดขาดทุนมา 1ออร์เดอร์อาจจะเป็นสัญญาณเตือนแห่งการล้างพอร์ตก็เป็นได้   ยกตัวอย่างง่ายๆเลยในความคิดผมมันคือการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ถ้าคุณไม่รู้ว่ามีเงินเข้าเท่าไรและมีเงินออกเท่าไร คุณจะรู้ได้อย่างไรคุณจะเหลือเงินเท่าไร เช่นเดียวกันในการลงทุนถ้าวันนี้คุณไม่รู้ว่ามีทุนอยู่กี่บาท วันนี้ลงทุนไปแล้วกี่บาท คุณเหลือเงินอีกกี่บาท ลงทุนเพิ่มได้อีกหรือไม่ สถานะเงินทุนตอนนี้เป็นอย่างไร ถ้าตอบไม่ได้ คุณเตรียมตัวเจ๊งได้เลย

แนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance)

แนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance) เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคที่จำเป็นจะต้องทราบเลยก็ว่าได้ครับ เพราะเรื่องนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับเรื่องต่างๆอีกมากมาย เรามาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนเลยครับ ว่าแนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance) นั้นคืออะไร   ถ้าอธิบายในเชิงเศรษฐศาสตร์ก็คือ ถ้าราคาเข้ามาในช่วงแนวรับราคาจะมีการอ่อนแรงลง เนื่องจากมีแรงขายลดลงแล้วก็มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อเอาชนะแรงขาย แต่ถ้าแรงซื้อไม่สามารถเอาชนะแรงขาย จะส่งผลให้ราคาอาจจะทะลุแนวรับ   แนวรับทำหน้าที่ รับราคาเอาไว้เพื่อไม่ให้ราคาตกและทำให้ราคาเคลื่อนที่ตามแนวโน้มเดิมแต่เมื่อไหร่ที่แนวรับ รับราคาไว้ไม่อยู่นั้นอาจจะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้ม     ถ้าอธิบายในเชิงเศรษฐศาสตร์ก็คือ ถ้าราคาเข้ามาในช่วงแนวต้านราคาจะมีการอ่อนแรงลง เนื่องจากมีแรงซื้อลดลงแล้วก็มีแรงขายเพิ่มขึ้นเพื่อเอาชนะแรงซื้อ แต่ถ้าแรงขายไม่สามารถเอาชนะแรงซื้อ จะส่งผลให้ราคาอาจจะทะลุแนวต้าน   แนวต้านทำหน้าที่ ต้านไว้เพื่อไม่ให้ราคาขึ้นและทำให้ราคาเคลื่อนที่ตามแนวโน้มเดิม แต่เมื่อไหร่ที่แนวต้าน ต้านราคาไว้ไม่อยู่นั้นอาจจะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้ม

ประวัติของตลาด Forex

การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1880 เริ่มต้นใช้ระบบการเงินที่อ้างอิงจากทองคำซึ่งระบบนี้ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบการแลกเปลี่ยนแบบเดิมคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดของระบบนี้

ใคร…ลงทุนใน forex บ้าง…?

ในตลาด Forex มีผู้ค้าที่เข้ามาเก็งกำไรหรือทำการซื้อขายแลกเปลี่ยน ตลาดนี้มีใครบ้างมาดูกันเลย 1. ธนาคารกลางของรัฐบาล2. ธนาคารพาณิชย์3. ธนาคารเพื่อการลงทุน4. โบรกเกอร์5. กองทุน ต่างๆ6. บริษัทประกันภัย7. องค์กรระหว่างประเทศ8. บริษัทพาณิชย์ นำเข้า ส่งออก9. นักเก็งกำไรรายใหญ่10. บุคคลทั่วไป

7 เหตุผลทำไมต้องต้องลงทุนในตลาด Forex?

1.ตลาด Forex เปิดทำการสัปดาห์ละ 5 วัน ตั้งแต่หัวรุ่งเช้าจันทร์ – คืนวันศุกร์ เราสามารถทำการซื้อ-ขาย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 2.สามารถทำเป็นรายได้หลัก รายได้เสริม หรือเป็นช่องทางการเพิ่มมูลล่าในการเก็บเงินได้อีกทาง 3.แม้เราจะมีเงินทุนที่ต่ำ แต่สามารถถือครองสัญญาซื้อขายที่มีมูลค่ามากกว่าจำนวนเงินที่ฝากได้ถึงพันพันเท่า เนื่องจากมีระบบ Leverage ช่วย 4.มีบัญชีทดลองซื้อขายฟรี (Demo) เพื่อให้ฝึกการลงทุน ก่อนที่จะฝากเงินเปิดบัญชีเงินจริง 5.มีการซื้อขายตลอดเวลา มูลค่าการซื้อขายวันละหลายๆล้านเหรียญ ทำให้ราคามีการปรับเคลื่อนไหวของราคาที่สูงในแต่ละวัน สามารถทำกำไรได้ตลอดทั้งฝั่ง Buy และ Sell และสามารถดูผลกำไรหรือขนาดทุนได้ทันที 6.สามารถทำการซื้อขายได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจากมีโบรคเกอร์คอยให้บริการบัญชีซื้อขายตั้งแต่บัญชีขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนสูง 7.เราซื้อขายสกุลเงินหลักอยู่ 8 สกุลเงิน คือ สกุลเงินสหรัฐอเมริกา (United States Dollar) ตัวย่อ USD สกุลเงินยูโร (Euro members Euro) ตัวย่อ EUR สกุลเงินเยนญี่ปุ่น(Japand Yen) […]

กราฟแท่งเทียน 26 รูปแบบ ที่ควรจดจำ

ประวัติความเป็นมาของกราฟแท่งเทียน การวิเคราะห์เชิงเทคนิคโดยอาศัยกราฟแท่งเทียนนั้น เจ้าของตำรับที่แท้จริงคือชาวญี่ปุ่น เขาคือ Mr.Munehisa Homma ซึ่งมีความเป็นมาคือ เมื่อครั้งก่อนในสมัยอดีตช่วงประมาณ 200 กว่าปี ท่านได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าวประสบความสำเร็จ จนร่ำรวย รัฐบาลญี่ปุ่นสมัยนั้นจึงได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นที่ปรึกษาด้านการคลัง โดยท่าน Munehisa Homma เกิดในปี 1724 ในครอบครัวที่ร่ำรวยและทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าว เขามีความเชี่ยวชาญเรื่องการค้าข้าวเป็นอย่างยิ่ง มีความเข้าใจในตลาด เข้าถึงและรู้ซึ้งในอารมณ์ของผู้ซื้อเป็นอย่างดี  ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล นิสัยของผู้ซื้อ-ผู้ขายในแต่ล่ะครั้ง มาทำการวิจัยในเชิงจิตวิทยา แล้วกำหนดให้อยู่ในรูปแบบแท่งเทียน ทำการเก็บประว้ติและสติถิ จากนั้นนำไปคำนวนศึกษาหาแนวโน้มต่างๆ เพื่อประกอบในการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น เหตุผลโดยสรุป ที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยมนำกราฟแท่งเทียน (Candlesticks)มาวิเคราะห์ในเชิงเทคนิค เพื่อช่วยในการติดสินใจคือ กราฟแท่งเทียน (Candlesticks) มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์เพื่อใช้สำหรับการซื้อขายเพราะ ประกอบไปด้วย ราคาเปิด (Open Price) , ราคาปิด (Close Price) , ราคาสูงสุด (High Price) , ราคาต่ำสุด (Low Price) โดยนำข้อมูลทั้งหมดมาสร้างเป็นกราฟแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว กราฟแท่งเทียน 1 แท่ง […]

รูปแบบแผนภูมิแท่งเทียนของ Forex ที่ผู้ซื้อ-ขายทุกคนควรรู้ ตอนที่ 1

รูปแบบแผนภูมิแท่งเทียนของ Forex ที่ผู้ซื้อ-ขายทุกคนควรรู้ ตอนที่ 1   ผู้ค้าและนักลงทุนที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคมักใช้แผนภูมิราคาเพื่อระบุพฤติกรรมของตลาด ด้วยเหตุนี้ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจพื้นฐานของแต่ละแผนภูมิที่ใช้กันอย่างแพร่หลายก่อน   ⦁ A candlestick chart = แผนภูมิแท่งเทียน จะคล้ายกับแผนภูมิแท่งนอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการให้ราคาเปิดคือ O, ราคาสูงคือ H, ราคาต่ำคือ L และราคาปิดคือ C ตามช่วงเวลาที่กำหนด แต่ความแตกต่างระหว่างแผนภูมิแท่งเทียนและแผนภูมิแท่งคือความหนาของตัวเทียน ⦁ A bar chart = แผนภูมิแท่ง จะเรียกกันว่าแผนภูมิ OHLC เป็นการใช้เพื่อระบุแทนช่วงการซื้อขายในช่วงเวลาที่กำหนด ใช้ดูคู่กับ Line chart = แผนภูมิเส้น โดยการให้ราคาเปิดคือ O, ราคาสูงคือ H, ราคาต่ำคือ L และราคาปิดคือ C ⦁ A line chart = แผนภูมิเส้นเป็นแผนภูมิพื้นฐานที่สุดที่ใช้ ซึ่งสร้างโดยการเชื่อมต่อชุดราคาปิด […]